โษณาต่อต้านคอรัปชั่น

วันพุธที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2554

จริยธรรมและความปลอดภัย

ภาษาโปรแกรมคอมพิวเตอร์

การพัฒนาโปรแกรม


2.2 ขั้นตอนการพัฒนาโปรแกรม

ขั้นตอนการพัฒนาโปรแกรมประกอบด้วย
  1. การวิเคราะห์ปัญหา
  2. การออกแบบโปรแกรม
  3. การเขียนโปรแกรมด้วยภาษาคอมพิวเตอร์
  4. การทดสอบและแก้ไขโปรแกรม
  5. การทำเอกสารประกอบโปรแกรม
  6. การบำรุงรักษาโปรแกรม

การวิเคราะห์ปัญหา

การวิเคราะห์ปัญหา ประกอบด้วยขั้นตอนต่างๆ ดังนี้
  1. กำหนดวัตถุประสงค์ของงาน เพื่อพิจารณาว่าโปรแกรมต้องทำการประมวลผลอะไรบ้าง
  2. พิจารณาข้อมูลนำเข้า เพื่อให้ทราบว่าจะต้องนำข้อมูลอะไรเข้าคอมพิวเตอร์ ข้อมูลมีคุณสมบัติเป็นอย่างไร ตลอดจนถึงลักษณะและรูปแบบของข้อมูลที่จะนำเข้า
  3. พิจารณาการประมวลผล เพื่อให้ทราบว่าโปรแกรมมีขั้นตอนการประมวลผลอย่างไรและมีเงื่อนไปการประมวลผลอะไรบ้าง
  4. พิจารณาข้อสนเทศนำออก เพื่อให้ทราบว่ามีข้อสนเทศอะไรที่จะแสดง ตลอดจนรูปแบบและสื่อที่จะใช้ในการแสดงผล

การออกแบบโปรแกรม

การออกแบบขั้นตอนการทำงานของโปรแกรมเป็นขั้นตอนที่ใช้เป็นแนวทางในการลงรหัสโปรแกรม ผู้ออกแบบขั้นตอนการทำงานของโปรแกรมอาจใช้เครื่องมือต่างๆ ช่วยในการออกแบบ อาทิเช่น คำสั่งลำลอง (Pseudocode) หรือ ผังงาน (Flow chart) การออกแบบโปรแกรมนั้นไม่ต้องพะวงกับรูปแบบคำสั่งภาษาคอมพิวเตอร์ แต่ให้มุ่งความสนใจไปที่ลำดับขั้นตอนในการประมวลผลของโปรแกรมเท่านั้น

การเขียนโปรแกรมด้วยภาษาคอมพิวเตอร์

การเขียนโปรแกรมเป็นการนำเอาผลลัพธ์ของการออกแบบโปรแกรม มาเปลี่ยนเป็นโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ภาษาใดภาษาหนึ่ง ผู้เขียนโปรแกรมจะต้องให้ความสนใจต่อรูปแบบคำสั่งและกฎเกณฑ์ของภาษาที่ใช้เพื่อให้การประมวลผลเป็นไปตามผลลัพธ์ที่ได้ออกแบบไว้ นอกจากนั้นผู้เขียนโปรแกรมควรแทรกคำอธิบายการทำงานต่างๆ ลงในโปรแกรมเพื่อให้โปรแกรมนั้นมีความกระจ่างชัดและง่ายต่อการตรวจสอบและโปรแกรมนี้ยังใช้เป็นส่วนหนึ่งของเอกสารประกอบ

การทดสอบและแก้ไขโปรแกรม

การทดสอบโปรแกรมเป็นการนำโปรแกรมที่ลงรหัสแล้วเข้าคอมพิวเตอร์ เพื่อตรวจสอบรูปแบบกฎเกณฑ์ของภาษา และผลการทำงานของโปรแกรมนั้น ถ้าพบว่ายังไม่ถูกก็แก้ไขให้ถูกต้องต่อไป ขั้นตอนการทดสอบและแก้ไขโปรแกรม อาจแบ่งได้เป็น 3 ขั้น
  1. สร้างแฟ้มเก็บโปรแกรมซึ่งส่วนใหญ่นิยมนำโปรแกรมเข้าผ่านทางแป้นพิมพ์โดยใช้โปรแกรมประมวลคำ
  2. ใช้ตัวแปลภาษาคอมพิวเตอร์แปลโปรแกรมที่สร้างขึ้นเป็นภาษาเครื่อง โดยระหว่างการแปลจะมีการตรวจสอบความถูกต้องของรูปแบบและกฎเกณฑ์ในการใช้ภาษา ถ้าคำสั่งใดมีรูปแบบไม่ถูกต้องก็จะแสดงข้อผิดพลาดออกมาเพื่อให้ผู้เขียนนำไปแก้ไขต่อไป ถ้าไม่มีข้อผิดพลาด เราจะได้โปรแกรมภาษาเครื่องที่สามารถให้คอมพิวเตอร์ประมวลผลได้
  3. ตรวจสอบความถูกต้องของการประมวลผลของโปรแกรม โปรแกรมที่ถูกต้องตามรูปแบบและกฎเกณฑ์ของภาษา แต่อาจให้ผลลัพธ์ของการประมวลผลไม่ถูกต้องก็ได้ ดังนั้นผู้เขียนโปรแกรมจำเป็นต้องตรวจสอบว่าโปรแกรมประมวลผลถูกต้องตามต้องการหรือไม่ วิธีการหนึ่งก็คือ สมมติข้อมูลตัวแทนจากข้อมูลจริงนำไปให้โปรแกรมประมวลผลแล้วตรวจสอบผลลัพธ์ว่าถูกต้องหรือไม่ ถ้าพบว่าไม่ถูกต้องก็ต้องดำเนินการแก้ไขโปรแกรมต่อไป การสมมติข้อมูลตัวแทนเพื่อการทดสอบเป็นสิ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก ลักษณะของข้อมูลตัวแทนที่ดีควรจะสมมติทั้งข้อมูลที่ถูกต้องและข้อมูลที่ผิดพลาด เพื่อทดสอบว่าโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นสามารถครอบคลุมการปฏิบัติงานในเงื่อนไขต่างๆ ได้ครบถ้วน นอกจากนี้อาจตรวจสอบการทำงานของโปรแกรมด้วยการสมมติตัวเองเป็นคอมพิวเตอร์ทีจะประมวลผล แล้วทำตามคำสั่งทีละคำสั่งของโปรแกรมนั้นๆ วิธีการนี้อาจทำได้ยากถ้าโปรแกรมมีขนาดใหญ่ หรือมีการประมวลผลที่ซับซ้อน

การทำเอกสารประกอบโปรแกรม

การทำเอกสารประกอบโปรแกรมเป็นงานที่สำคัญของการพัฒนาโปรแกรม เอกสารประกอบโปรแกรมช่วยให้ผู้ใช้โปรแกรมเข้าใจวัตถุประสงค์ ข้อมูลที่จะต้องใช้กับโปรแกรม ตลอดจนผลลัพธ์ที่จะได้จากโปรแกรม การทำโปรแกรมทุกโปรแกรมจึงควรต้องทำเอกสารกำกับ เพื่อใช้สำหรับการอ้างอิงเมื่อจะใช้งานโปรแกรมและเมื่อต้องการแก้ไขปรับปรุงโปรแกรม เอกสารประกอบโปรแกรมที่จัดทำ ควรประกอบด้วยหัวข้อต่อไปนี้
  1. วัตถุประสงค์
  2. ประเภทและชนิดของคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่ใช้ในโปรแกรม
  3. วิธีการใช้โปรแกรม
  4. แนวคิดเกี่ยวกับการออกแบบโปรแกรม
  5. รายละเอียดโปรแกรม
  6. ข้อมูลตัวแทนที่ใช้ทดสอบ
  7. ผลลัพธ์ของการทดสอบ

การบำรุงรักษาโปรแกรม

เมี่อโปรแกรมผ่านการตรวจสอบตามขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว และถูกนำมาให้ผู้ใช้ได้ใช้งาน ในช่วงแรกผู้ใช้อาจจะยังไม่คุ้นเคยก็อาจทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาบ้าง ดังนั้นจึงต้องมีผู้คอยควบคุมดูแลและคอยตรวจสอบการทำงาน การบำรุงรักษาโปรแกรมจึงเป็นขั้นตอนที่ผู้เขียนโปรแกรมต้องคอยเฝ้าดูและหาข้อผิดพลาดของโปรแกรมในระหว่างที่ผู้ใช้ใช้งานโปรแกรม และปรับปรุงโปรแกรมเมื่อเกิดข้อผิดพลาดขึ้น หรือในการใช้งานโปรแกรมไปนานๆ ผู้ใช้อาจต้องการเปลี่ยนแปลงการทำงานของระบบงานเดิมเพื่อให้เหมาะกับเหตุการณ์ นักเขียนโปรแกรมก็จะต้องคอยปรับปรุงแก้ไขโปรแกรมตามความต้องการของผู้ใช้ที่เปลี่ยนแปลงไปนั่นเอง

การพัฒนาโปรแกรม


2.2 ขั้นตอนการพัฒนาโปรแกรม

ขั้นตอนการพัฒนาโปรแกรมประกอบด้วย
  1. การวิเคราะห์ปัญหา
  2. การออกแบบโปรแกรม
  3. การเขียนโปรแกรมด้วยภาษาคอมพิวเตอร์
  4. การทดสอบและแก้ไขโปรแกรม
  5. การทำเอกสารประกอบโปรแกรม
  6. การบำรุงรักษาโปรแกรม

การวิเคราะห์ปัญหา

การวิเคราะห์ปัญหา ประกอบด้วยขั้นตอนต่างๆ ดังนี้
  1. กำหนดวัตถุประสงค์ของงาน เพื่อพิจารณาว่าโปรแกรมต้องทำการประมวลผลอะไรบ้าง
  2. พิจารณาข้อมูลนำเข้า เพื่อให้ทราบว่าจะต้องนำข้อมูลอะไรเข้าคอมพิวเตอร์ ข้อมูลมีคุณสมบัติเป็นอย่างไร ตลอดจนถึงลักษณะและรูปแบบของข้อมูลที่จะนำเข้า
  3. พิจารณาการประมวลผล เพื่อให้ทราบว่าโปรแกรมมีขั้นตอนการประมวลผลอย่างไรและมีเงื่อนไปการประมวลผลอะไรบ้าง
  4. พิจารณาข้อสนเทศนำออก เพื่อให้ทราบว่ามีข้อสนเทศอะไรที่จะแสดง ตลอดจนรูปแบบและสื่อที่จะใช้ในการแสดงผล

การออกแบบโปรแกรม

การออกแบบขั้นตอนการทำงานของโปรแกรมเป็นขั้นตอนที่ใช้เป็นแนวทางในการลงรหัสโปรแกรม ผู้ออกแบบขั้นตอนการทำงานของโปรแกรมอาจใช้เครื่องมือต่างๆ ช่วยในการออกแบบ อาทิเช่น คำสั่งลำลอง (Pseudocode) หรือ ผังงาน (Flow chart) การออกแบบโปรแกรมนั้นไม่ต้องพะวงกับรูปแบบคำสั่งภาษาคอมพิวเตอร์ แต่ให้มุ่งความสนใจไปที่ลำดับขั้นตอนในการประมวลผลของโปรแกรมเท่านั้น

การเขียนโปรแกรมด้วยภาษาคอมพิวเตอร์

การเขียนโปรแกรมเป็นการนำเอาผลลัพธ์ของการออกแบบโปรแกรม มาเปลี่ยนเป็นโปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์ภาษาใดภาษาหนึ่ง ผู้เขียนโปรแกรมจะต้องให้ความสนใจต่อรูปแบบคำสั่งและกฎเกณฑ์ของภาษาที่ใช้เพื่อให้การประมวลผลเป็นไปตามผลลัพธ์ที่ได้ออกแบบไว้ นอกจากนั้นผู้เขียนโปรแกรมควรแทรกคำอธิบายการทำงานต่างๆ ลงในโปรแกรมเพื่อให้โปรแกรมนั้นมีความกระจ่างชัดและง่ายต่อการตรวจสอบและโปรแกรมนี้ยังใช้เป็นส่วนหนึ่งของเอกสารประกอบ

การทดสอบและแก้ไขโปรแกรม

การทดสอบโปรแกรมเป็นการนำโปรแกรมที่ลงรหัสแล้วเข้าคอมพิวเตอร์ เพื่อตรวจสอบรูปแบบกฎเกณฑ์ของภาษา และผลการทำงานของโปรแกรมนั้น ถ้าพบว่ายังไม่ถูกก็แก้ไขให้ถูกต้องต่อไป ขั้นตอนการทดสอบและแก้ไขโปรแกรม อาจแบ่งได้เป็น 3 ขั้น
  1. สร้างแฟ้มเก็บโปรแกรมซึ่งส่วนใหญ่นิยมนำโปรแกรมเข้าผ่านทางแป้นพิมพ์โดยใช้โปรแกรมประมวลคำ
  2. ใช้ตัวแปลภาษาคอมพิวเตอร์แปลโปรแกรมที่สร้างขึ้นเป็นภาษาเครื่อง โดยระหว่างการแปลจะมีการตรวจสอบความถูกต้องของรูปแบบและกฎเกณฑ์ในการใช้ภาษา ถ้าคำสั่งใดมีรูปแบบไม่ถูกต้องก็จะแสดงข้อผิดพลาดออกมาเพื่อให้ผู้เขียนนำไปแก้ไขต่อไป ถ้าไม่มีข้อผิดพลาด เราจะได้โปรแกรมภาษาเครื่องที่สามารถให้คอมพิวเตอร์ประมวลผลได้
  3. ตรวจสอบความถูกต้องของการประมวลผลของโปรแกรม โปรแกรมที่ถูกต้องตามรูปแบบและกฎเกณฑ์ของภาษา แต่อาจให้ผลลัพธ์ของการประมวลผลไม่ถูกต้องก็ได้ ดังนั้นผู้เขียนโปรแกรมจำเป็นต้องตรวจสอบว่าโปรแกรมประมวลผลถูกต้องตามต้องการหรือไม่ วิธีการหนึ่งก็คือ สมมติข้อมูลตัวแทนจากข้อมูลจริงนำไปให้โปรแกรมประมวลผลแล้วตรวจสอบผลลัพธ์ว่าถูกต้องหรือไม่ ถ้าพบว่าไม่ถูกต้องก็ต้องดำเนินการแก้ไขโปรแกรมต่อไป การสมมติข้อมูลตัวแทนเพื่อการทดสอบเป็นสิ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างมาก ลักษณะของข้อมูลตัวแทนที่ดีควรจะสมมติทั้งข้อมูลที่ถูกต้องและข้อมูลที่ผิดพลาด เพื่อทดสอบว่าโปรแกรมที่พัฒนาขึ้นสามารถครอบคลุมการปฏิบัติงานในเงื่อนไขต่างๆ ได้ครบถ้วน นอกจากนี้อาจตรวจสอบการทำงานของโปรแกรมด้วยการสมมติตัวเองเป็นคอมพิวเตอร์ทีจะประมวลผล แล้วทำตามคำสั่งทีละคำสั่งของโปรแกรมนั้นๆ วิธีการนี้อาจทำได้ยากถ้าโปรแกรมมีขนาดใหญ่ หรือมีการประมวลผลที่ซับซ้อน

การทำเอกสารประกอบโปรแกรม

การทำเอกสารประกอบโปรแกรมเป็นงานที่สำคัญของการพัฒนาโปรแกรม เอกสารประกอบโปรแกรมช่วยให้ผู้ใช้โปรแกรมเข้าใจวัตถุประสงค์ ข้อมูลที่จะต้องใช้กับโปรแกรม ตลอดจนผลลัพธ์ที่จะได้จากโปรแกรม การทำโปรแกรมทุกโปรแกรมจึงควรต้องทำเอกสารกำกับ เพื่อใช้สำหรับการอ้างอิงเมื่อจะใช้งานโปรแกรมและเมื่อต้องการแก้ไขปรับปรุงโปรแกรม เอกสารประกอบโปรแกรมที่จัดทำ ควรประกอบด้วยหัวข้อต่อไปนี้
  1. วัตถุประสงค์
  2. ประเภทและชนิดของคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ที่ใช้ในโปรแกรม
  3. วิธีการใช้โปรแกรม
  4. แนวคิดเกี่ยวกับการออกแบบโปรแกรม
  5. รายละเอียดโปรแกรม
  6. ข้อมูลตัวแทนที่ใช้ทดสอบ
  7. ผลลัพธ์ของการทดสอบ

การบำรุงรักษาโปรแกรม

เมี่อโปรแกรมผ่านการตรวจสอบตามขั้นตอนเรียบร้อยแล้ว และถูกนำมาให้ผู้ใช้ได้ใช้งาน ในช่วงแรกผู้ใช้อาจจะยังไม่คุ้นเคยก็อาจทำให้เกิดปัญหาขึ้นมาบ้าง ดังนั้นจึงต้องมีผู้คอยควบคุมดูแลและคอยตรวจสอบการทำงาน การบำรุงรักษาโปรแกรมจึงเป็นขั้นตอนที่ผู้เขียนโปรแกรมต้องคอยเฝ้าดูและหาข้อผิดพลาดของโปรแกรมในระหว่างที่ผู้ใช้ใช้งานโปรแกรม และปรับปรุงโปรแกรมเมื่อเกิดข้อผิดพลาดขึ้น หรือในการใช้งานโปรแกรมไปนานๆ ผู้ใช้อาจต้องการเปลี่ยนแปลงการทำงานของระบบงานเดิมเพื่อให้เหมาะกับเหตุการณ์ นักเขียนโปรแกรมก็จะต้องคอยปรับปรุงแก้ไขโปรแกรมตามความต้องการของผู้ใช้ที่เปลี่ยนแปลงไปนั่นเอง

การพัฒนาระบบสารสนเทศ

การพัฒนาระบบสารสนเทศ
ความจำเป็นในการพัฒนาระบบสารสนเทศ 
1.  การเปลี่ยนแปลงกระบวนการบริหารและการปฏิบัติงาน  ระบบเดิมไม่สามารถให้ข้อมูลหรือทำงานได้ตามต้องการ มีการดำเนินงานหลายขึ้นตอน ยุ่งยากในการรวบรวมข้อมูลเพื่อนำมาจัดทำข้อมูลสรุปสำหรับการติดตามการปฏิบัติงานโดยรวมขององค์การ จึงจำเป็นต้องพัฒนาหรือปรับปรุงระบบสารสนเทศที่สามารถช่วยให้ขั้นตอนการปฏิบัติงานภายในและกระบวนการบริหารมีประสิทธิภาพมากขึ้น
2.  การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี  เทคโนโลยีที่ใช้อยู่ในระบบสารสนเทศปัจจุบันล้าสมัย ค่าช้จ่ายในการบำรุงรักษาระบบมีราคาสูง จึงต้องรับเอาเทคโนโลยีใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้ซึ่งทำให้มีการเปลี่ยนแปลงระบบการทำงานที่มีอยู่เดิม
3.  การปรับองค์การและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน 
-  ระบบที่ใช้งานอยู่ปัจจุบันมีขั้นตอนการทำงานที่ยุ่งยากซับซ้อน ขนาดเอกสารอ้างอิงหรือเอกสารที่มีอยู่ไม่ได้มารตรฐาน ทำให้การปรับปรุงหรือแก้ไขทำได้ยาก
-  ความต้องการปรับองค์การให้เหมาะสมเพื่อสามารตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ
-  ระบบปัจจุบันไม่สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้
การพัฒนาระบบประกอบด้วย
            1)  กระบวนการทางธุรกิจ (Business Process) เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ เป้าหมาย และขั้นตอนการดำเนินธุรกิจขององค์การ
            -  การปรับปรุงคุณภาพ
            -  การติดตามความล้มเหลวจากการดำเนินงาน
            -  การปรับค่าตอบแทนของพนักงานโดยใช้การปรับปรุงคุณภาพเป็นดัชนี
            -  การค้นหาและแก้ไขสาเหตุที่แท้จริงของความล้มเหลว           
2)  บุคลากร (People) 
3)  วิธีการและเทคนิค (Methodology and Technique) การเลือกใช้วิธีการและเทคนิคที่เหมาะสมกับลักษณะของระบบเป็นสิ่งสำคัญ
4)  เทคโนโลยี (Technology) เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจึงต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบในการเลือกใช้เทคโนโลยีสารสนเทศให้มีความเหมาะสมกับลักษณะขอบเขตของระบบสารสนเทศแล ะงบประมาณที่กำหนด  
5)  งบประมาณ (Budget)  
6)  ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานภายในองค์การ (Infrastructure)
7)  การบริหารโครงการ (Project Management) 
                    
ทีมงานพัฒนาระบบ
การพัฒนา IT เกี่ยวข้องกับบุคคลที่มีหน้าที่รับผิดชอบกระบวนการพัฒนาระบบหลายกลุ่ม โดยทั่วไปจะมีการทำงานเป็นทีมที่ต้องอาศัยความรู้ ประสบการณ์ และทักษะจากกลุ่มบุคคล
1)  คณะกรรมการ (Steering Committee)
2)  ผู้บริหารโครงการ (Project Manager)
3)  ผู้บริหารหน่วยงานด้านสารสนเทศ (MIS Manager)
4)  นักวิเคราะห์ระบบ (System Analyst) ควรมีทักษะในด้านต่างๆ คือ
                        -  ทักษะด้านเทคนิค
                        -  ทักษะด้านการวิเคราะห์ 
                        -  ทักษะดานการบริหารจัดการ 
                        -  ทักษะด้านการติดต่อสื่อสาร
5)  ผู้ชำนาญการทางด้านเทคนิค 
                        -  ผู้บริหารฐานข้อมูล (Database Administrator : DBA)
                        -  โปรแกรมเมอร์ (Programmer)
6)  ผู้ใช้และผู้จัดการทั่วไป (User and Manager) 

ระบบเลขฐานและตรรกศาสตร์

 

วันอาทิตย์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2553


ระบบเลขฐาน

เลขฐาน หมายถึงกลุ่มข้อมูลที่มีจำนวนหลัก (Digit) ตามชื่อของฐาน
นั้นๆเช่น เลขฐานสอง ฐานแปด และฐานสิบ ประกอบด้วยข้อมูลตัวเลขจำนวนสองหลัก (0-1) แปดหลัก (0-7) และสิบหลัก (0-9) ตามลำดับ ดังรูปในตารางที่ 1
ในระบบคอมพิวเตอร์มีการใช้ระบบเลขฐาน 4 แบบ ประกอบด้วย
1).เลขฐานสอง (Binary Number)
2).เลขฐานแปด (Octal Number)
3).เลขฐานสิบ (Decimal Number)
4).เลขฐานสิบหก (Hexadecimal Number)

ตารางที่ 1 แสดงจำนวนตัวเลข ของเลขฐานต่างๆ



1).เลขฐานสอง

คือตัวเลขที่มีค่าไม่ซ้ำกันสองหลัก ( 0 และ 1) เป็นเลขฐานเดียวที่เข้ากันได้กับ Hardware ของเครื่องคอมพิวเตอร์ได้โดยตรง เพราะการใช้เลขฐานอื่น จะสร้างความยุ่งยากให้กับเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างมาก เช่น เลขฐานสิบมีตัวเลขที่เป็นสถานะที่ต่างกันถึง 10 ตัว ในขณะที่ระบบไฟฟ้ามีเพียง 2 สถานะ ซึ่งในช่วงเวลาหนึ่งๆมีเพียงสถานะเดียวเท่านั้น แต่ละหลักของเลขฐานสอง เรียกว่า Binary Digit (BIT)

2).เลขฐานแปด

เลขฐานแปด มีความสัมพันธ์กับเลขฐานสอง คือ เลขฐานสองจำนวน 3 หลัก แทนด้วยเลข
ฐานแปด 1 หลัก ดังนั้นเราจึงสามารถเขียนเลขฐานสอง 6 บิท แทนด้วยเลขฐานแปด 2 บิท การใช้เลขฐานแปดแทนเลขฐานสองทำให้จำนวนบิทสั้นลง

3).เลขฐานสิบ

คือตัวเลขที่มีค่าไม่ซ้ำกันสิบหลัก (0,1,2,…,9) เป็นเลขฐานที่มนุษย์คุ้นเคยและใช้ในชีวิตประจำวันมากที่สุด ตัวเลขที่มีจำนวนมากกว่า 9 ให้ใช้ 10 ซึ่งเป็นการกลับไปใช้เลข 1 และ 0 อีก เพียงแต่ค่าของ 1 เปลี่ยนไปเป็น 10 เท่าของตัวมันเอง เช่น 333 (สามร้อยสามสิบสาม) แม้จะใช้ตัวเลข 3 ทั้งหมด แต่ตำแหน่งของตัวเลขย่อมมีความหมายตามตำแหน่งของแต่ละหลักนั้น กล่าวคือ หลักหน่วยน้อยกว่าหลักสิบ 10 เท่า หลักสิบน้อยกว่าหลักร้อย 10 เท่า ตามลำดับ

4).เลขฐานสิบหก

เลขฐานสิบหก มีความสัมพันธ์กับเลขฐานสอง คือ เลขฐานสองจำนวน 4 หลัก แทนด้วย
เลขฐานสิบหก 1 หลัก ดังนั้นเราจึงสามารถเขียนเลขฐานสอง 8 บิทแทนด้วยเลขฐานสิบหก 2 บิท การใช้เลขฐานสิบหกแทนเลขฐานสองทำให้จำนวนบิทสั้นลง
การเปลี่ยนฐานเลข (Base Number Conversion)

เนื่องจากตัวเลขในแต่ละฐานมี ค่าคงที่เฉพาะ ในแต่ละหลักของตัวเอง เช่นตัวเลข 100 มีค่าเท่ากับหนึ่งร้อยในระบบเลขฐานสิบ แต่ตัวเลข 100 ในระบบ
เลขฐานสอง (อ่านว่า หนึ่ง-ศูนย์-หนึ่ง) ซึ่งมีค่าเท่ากับ 4 เป็นต้น ดังนั้น จึงไม่สามารถนำค่าของเลขฐานใดๆ ไปคำนวณเปรียบเทียบ กับเลขฐานอื่นได้โดยตรง
เมื่อต้องการคำนวณหรือเปรียบเทียบตัวเลข (ประมวลผล) จำเป็นต้องเปลี่ยนฐานเลขเหล่านั้นให้เป็นฐานเดียวกันก่อน การเปลี่ยนฐานเลขสามารถกระทำได้
หลายวิธี ในหน่วยเรียนนี้จะใช้วิธีที่สะดวกที่สุดวิธีหนึ่ง ดังนี้
ก่อนเปลี่ยนฐานเลขใดๆ จำเป็นต้องทราบค่าคง ที่เฉพาะในแต่ละหลักของเลขฐานสอง

10 อันดับประเทศ ปลอดภัยที่สุดในโลก


10 อันดับประเทศ ปลอดภัยที่สุดในโลก
เผยรายชื่อ 10 ประเทศที่นักท่องเที่ยวสามารถไปเที่ยวได้อย่างสบายใจ ไร้กังวล เพราะมีความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินมากที่สุดในโลก ในการเดินทางท่องเที่ยวไปยังต่างบ้าน ต่างเมือง ไม่ว่าประเทศนั้นๆ จะมีความสวยงาม หรือมีอารยธรรมอันเก่าแก่สักแค่ไหน แต่ถ้าหากไม่มีความมั่นคงทางการเมือง มักเกิดเหตุรุนแรง นองเลือด หรือเกิดสงครามกลางเมืองบ่อยครั้ง ก็คงไม่มีใครกล้าเสี่ยงเดินทางเข้าไปเที่ยว หรือถ้าประเทศนั้นๆ มีความมั่นคงทางการเมือง แต่มีสถิติการเกิดคดีอาชญากรรม ทำร้ายร่างกาย ข่มขู่ หลอกลวง ปล้นจี้ ชิงทรัพย์ นักท่องเที่ยวบ่อยครั้ง ก็คงไม่มีนักท่องเที่ยวคนไหนอยากเดินทางไปเยือนเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ เว็บไซต์ด้านการท่อง เที่ยวทริปแอตลาส จึงนำดัชนีความสงบสุขโลก หรือ "Global Peace Index" มาศึกษาและวิเคราะห์ ก่อนที่จะสรุปออกมาเป็น 10 อันดับประเทศที่มีความ "ปลอดภัยมากที่สุดในโลก" ซึ่งผลที่ได้มีดังนี้ (ต่อ...)
10สาธารณรัฐสโลวีเนีย
หลายคนคงเซอร์ไพรส์ที่สโลวีเนีย ติดอันดับท็อป 10 เป็นหนึ่งในประเทศที่ "ปลอดภัยมากที่สุดในโลก" สโลวีเนีย ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของเทือกเขาแอลป์ มีอาณาเขตติดกับประเทศ อิตาลี โครเอเชีย ฮังการี และออสเตรีย ในอดีตสโลวีเนียเคยเป็น 1 ใน 6 รัฐของยูโกสลาเวีย แต่หลังจากลัทธิคอมมิวนิสต์และยูโกสลาเวียล่มสลาย สโลวีเนียก็ประกาศตัวเป็นประเทศเอกราช เมื่อปี พ.ศ. 2534 และได้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในสมาชิกสหภาพยุโรป เมื่อปี พ.ศ. 2547 ที่ผ่านมา สโลวีเนีย เป็นประเทศเล็กๆ ที่มีพื้นที่น้อยกว่าประเทศไทย 25 เท่า ด้วยความที่มีทัศนียภาพอันงดงาม และมีสถานที่ท่องเที่ยวที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการเล่นสกี จึงทำให้ประเทศนี้เริ่มกลายเป็นอีกหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวที่น่าจับตามองของ ฟากฝั่งยุโรป ที่สำคัญ สโลวีเนีย เป็นประเทศที่เงียบสงบ มีสถิติการเกิดอาชญากรรมรุนแรงในระดับต่ำ ทั้งยังมีความเสี่ยงต่อการถูกโจมตีของผู้ก่อการร้ายน้อยมาก
9สาธารณรัฐฟินแลนด์
ฟินแลนด์ เป็นประเทศในกลุ่มนอร์ดิก ในอดีตเคยเป็นส่วนหนึ่งของสวีเดน ต่อมาได้อยู่ภายใต้จักรวรรดิรัสเซียจนถึงปี พ.ศ. 2460 ปัจจุบันถือเป็นประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตย ฟินแลนด์ ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในประเทศมีความมั่นคงมากที่สุดในโลก ไม่ว่าจะเป็นด้านเศรษฐกิจ การเมือง สังคม และทางด้านการทหาร นอกจากนี้ เมืองต่างๆ ของประเทศฟินแลนด์ ยังมีความทันสมัยและเจริญก้าวหน้ามาก ด้าน สภาพภูมิประเทศ ฟินแลนด์มีทะเลสาบและเกาะใหญ่น้อยเป็นจำนวนมาก ทั้งยังเต็มไปด้วยป่าสน และเนื่องจากพื้นที่ราวหนึ่งในสี่ตั้งอยู่บน อาร์กติกเซอร์เคิล ทำให้ตอนบนสุดของประเทศฟินแลนด์เกิดปรากฏการณ์พระอาทิตย์เที่ยงคืน โดยในช่วงฤดูร้อนพระอาทิตย์จะไม่ตกดินเป็นเวลา 73 วัน ส่วนในช่วงฤดูหนาวพระอาทิตย์จะไม่ขึ้นเลยเป็นเวลา 51 วัน แม้ ว่าที่ผ่านมา สถิติการเกิดคดีอาชญากรรมในประเทศฟินแลนด์จะสูงกว่าประเทศอื่นๆ ที่อยู่ใน อันดับท็อปเท็นเป็นประเทศที่ "ปลอดภัยที่สุดในโลก" เล็กน้อย... แต่เนื่องจากฟินแลนด์เป็นประเทศที่เคารพในเสรีภาพของพลเรือน สิทธิมนุษยชน และกระบวนการทางด้านประชาธิปไตยสูงมาก จึงทำให้ได้ชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีความปลอดภัยมากที่สุดสำหรับนัก เดินทาง
8ประเทศแคนาดา
แคนาดา เป็นประเทศในทวีปอเมริกาเหนือ มีอาณาเขตติดกับสหรัฐอเมริกา ที่ตั้งของประเทศแคนาดาอยู่ทางตอนบนสุดของแผนที่โลก และยังมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลกอีกด้วย ค่านิยมหลักของสังคมแคนาดาที่ฝังลึกใน ทุกคนคือ การส่งเสริมและเคารพในสิทธิและเสรีภาพของมนุษย์ ซึ่งเป็นหลักพื้นฐานสำคัญที่สุดของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย เห็นได้จากการที่รัฐบาลแคนาดา เปิด รับคนต่างชาติอย่างเป็นทางการให้สามารถเข้าไปตั้งถิ่นฐานในบ้านเมืองตนได้ โดยที่ยังคงสามารถดำเนินวิถีชีวิตตามขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมตามแบบฉบับดั้งเดิมของตน ด้วยเหตุนี้ ประชากรของแคนาดาจึงประกอบด้วยผู้คนจากเชื้อชาติต่าง ๆ มากมาย และชนชาติที่อพยพเข้าไปตั้งถิ่นฐานในแคนาดามากที่สุด ก็คือคนเอเชียนั่นเอง แม้ว่าแคนาดาจะมีสถิติการเกิดคดี อาชญากรรมรุนแรงในระดับต่ำมาก แต่ที่ไม่ติดอันดับท็อปไฟว์ประเทศที่ปลอดภัยมากที่สุด เนื่องจากเสียแต้มให้กับการที่ประชาชนสามารถเข้าถึงอาวุธได้ง่าย ที่สำคัญ การที่แคนาดาส่งทหารไปร่วมรบในสงครามอัฟกานิสถาน ทั้งยังมีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับอังกฤษและสหรัฐอเมริกา จึงทำให้ถูกประเมินว่ามีความเป็นไปได้ที่แคนาดาอาจตกเป็นเป้าโจมตีของผู้ก่อการร้าย
7ประเทศญี่ปุ่น
ญี่ปุ่น เป็นประเทศหมู่เกาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ประกอบด้วยเกาะใหญ่น้อยกว่า 3,000 เกาะ บนมหาสมุทรแปซิฟิก ทิศตะวันตกติดคาบสมุทรเกาหลีและสาธารณรัฐประชาชนจีนโดยมีทะเลญี่ปุ่นกั้น ส่วนทางด้านทิศเหนือติดกับประเทศรัสเซีย โดยมีทะเลโอค็อตสก์เป็นเส้นแบ่งเขตแดน แม้ว่าที่ผ่านมา ญี่ปุ่นจะบอบช้ำจากสงครามเป็นอย่างมาก แต่ก็สามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับต้นๆ ของโลก และเป็นหนึ่งในผู้นำด้านเทคโนโลยีในปัจจุบัน และเนื่องจากญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มี ประวัติศาสตร์อันยาวนาน มีวัฒนธรรมอันโดดเด่น ทั้งยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นวัดโบราณ ศาลเจ้า หรือสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ในขณะเดียวกันก็มีวัฒนธรรมร่วมสมัย เทคโนโลยีที่ล้ำหน้า อาหารเลื่องชื่อ และแสงสีในยามค่ำคืน จึงดึงดูดนักท่องเที่ยวให้ไปเยือนเป็นจำนวนมากในแต่ละปี หาก พิจารณาตามดัชนีความสงบสุขโลก หรือ จีพีไอ ญี่ปุ่นถือเป็นประเทศที่มีสถิติการเกิดอาชญากรรมรุนแรงต่ำมาก และมีกฏระเบียบเรื่องการครอบครองอาวุธที่เข้มงวด ส่วนสถิติทางด้านการลักขโมยก็ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับประเทศอุตสาหกรรม อื่นๆ ทางฝั่งตะวันตก ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ญี่ปุ่นเป็นประเทศเดียวในแถบเอเชียที่ติด 1 ใน 10 ประเทศที่ "ปลอดภัยที่สุดในโลก"
6ประเทศสวีเดน
เช่นเดียวกับสโลแกนของ "วอลโว่" รถยนต์หรูชื่อดังสายเลือดสวีดิช... ทุกชีวิตก็ปลอดภัยในสวีเดนเช่นกัน สวีเดน เป็นประเทศกลุ่มนอร์ดิกที่ตั้งอยู่บนคาบสมุทรสแกนดิเนเวีย มีอาณาเขตติดต่อกับประเทศนอร์เวย์ ฟินแลนด์ ช่องแคบสแกเกอร์แรก และช่องแคบแคทีแกต พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นป่าไม้ ภูเขาสูง และมีทะเลสาปที่สวยงามเป็นจำนวนมาก ถึงแม้ว่าสวีเดนจะตั้งอยู่ทางตอนเหนือ มาก แต่กลับมีภูมิอากาศแบบอบอุ่น เนื่องจากได้รับอิทธิพลของกระแสน้ำอุ่นกัลฟ์สตรีม และเนื่องจากตั้งอยู่ทางตอนเหนือของอาร์กติกเซอร์เคิล สวีเดนจึงเป็นอีกประเทศหนึ่งที่เกิดปรากฏการณ์พระอาทิตย์เที่ยงคืน สวีเดน เป็นอีกหนึ่งประเทศที่ได้คะแนนสูงมาก ทั้งทางด้านการเคารพในสิทธิมนุษยชน ความมีส่วนร่วมทางการเมือง เสรีภาพของพลเรือน และมีสถิติการเกิดอาชญากรรมรุนแรงในระดับต่ำมาก แต่เนื่องจากสวีเดนเป็นผู้ส่งออกอาวุธรายใหญ่ จึงทำให้ถูกตัดคะแนนในส่วนนี้ไปค่อนข้างมาก ตำแหน่งเลยร่วงลงมาอยู่ที่อันดับ 6 ทั้งๆ ที่ความจริงแล้ว สวีเดนถือเป็นประเทศที่มีความปลอดภัยสูงเป็นอันดับต้นๆ ของโลก
5สาธารณรัฐออสเตรีย
ออสเตรีย เป็นประเทศในยุโรปกลางที่ไม่มีทางออกสู่ทะเล ทิศเหนือจรดเยอรมนีและเช็ก ทิศตะวันออกจรดสโลวาเกียและฮังการี ทิศใต้จรดสโลวีเนียและอิตาลี ส่วนทิศตะวันตกจรดสวิตเซอร์แลนด์และลิกเตนสไตน์ ประเทศออสเตรียเป็นอีกหนึ่งจุดหมาย ปลายทางสุดฮอตของนักท่องเที่ยว เพราะนอกจากจะมีทัศนียภาพที่งดงามแล้ว ยังเป็นดินแดนแห่งเสียงดนตรี เนื่องจากเป็นบ้านเกิดของ "วอล์ฟกัง อมาเดอุส โมซาร์ท" นักประพันธ์ดนตรีคลาสสิกชาวออสเตรียที่มีชื่อเสียงก้องโลก ออสเตรีย เป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีความปลอดภัยสูงมากสำหรับนักท่องเที่ยว เนื่องจากมี สถิติการเกิดอาชญากรรมรุนแรงในระดับต่ำ และมีความสัมพันธ์อันดีกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่สิ่งที่ทำให้ออสเตรียเสียแต้มใน "ดัชนีความสงบสุขโลก" ไปบ้างก็คือ การที่มีคะแนนในส่วนของการเคารพสิทธิมนุษย์ชน และการยอมรับนับถือผู้อื่นต่ำกว่าชาติยุโรปที่ติดอันดับต้นๆ ในโผนี้
4ประเทศไอซ์แลนด์
ไอซ์แลนด์ เป็นประเทศที่อยู่ในยุโรปเหนือ ตั้งอยู่บนเกาะในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ระหว่างกรีนแลนด์ นอร์เวย์ และสหราชอาณาจักร นอกจาก ไอซ์แลนด์ จะเป็น บ้านเกิดของ "บียอร์ค" นักร้องนักแสดงชื่อดังระดับโลกแล้ว ยังเป็นดินแดนแห่งธารน้ำแข็ง ภูเขาไฟ น้ำพุร้อน และยังเป็นแหล่งพลังงานความร้อนใต้พิภพจำนวนมหาศาลอีกด้วย ครั้งหนึ่งยูเอ็นเคยระบุว่า ไอซ์แลนด์ เป็นประเทศที่มีการพัฒนามากที่สุดในโลก และเคยได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความมั่งคั่งต่อประชากรมากที่สุดใน โลกอีกต่างหาก ที่สำคัญ ไอซ์แลนด์ ยังถือเป็นประเทศที่มีระบบสวัสดิการสังคมดีเยี่ยมอีกด้วย ไอซ์แลนด์ เป็นอีกหนึ่งประเทศในกลุ่มนอร์ดิกที่มีความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวสูง มาก เนื่องจากมีสถิติการเกิดอาชญากรรมรุนแรงในระดับต่ำ มีระดับการเคารพสิทธิมนุษยชนสูง น่าเสียดายที่ไอซ์แลนด์ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกในปี นี้ ส่งผลให้เกิดความไม่มั่นคงทางการเมือง จึงทำให้คะแนนโดยรวมของ "ดัชนีความสงบสุขโลก" ร่วงลงมา
3ประเทศนอร์เวย์
นอร์เวย์ เป็นประเทศในกลุ่มนอร์ดิก ตั้งอยู่ในยุโรปเหนือ ทางด้านตะวันตกของคาบสมุทรสแกนดิเนเวีย มีอาณาเขตจรดประเทศสวีเดน ฟินแลนด์ และรัสเซีย ส่วนอาณาเขตทางทะเลจรดมหาสมุทรแอตแลนติก ใกล้กับประเทศเดนมาร์กและสหราชอาณาจักร นอร์เวย์เป็นที่ตั้งของ ฟยอร์ด* ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดและสวยที่สุดในโลก และยังเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวประมงที่มีสีสันสดใสสะดุดตา รายล้อมด้วยธรรมชาติที่สวยงามดุจภาพเขียน จึงดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่ว โลกให้เดินทางไปเยี่ยมเยียนเป็นจำนวนมากในแต่ละปี * ฟยอร์ด (Fjord) คือ อ่าวลักษณะแคบและยาวที่อยู่ระหว่างหุบเขาสูงชัน ซึ่งหุบเขาที่ว่านั้นเคยมีธารน้ำแข็งปกคลุมเป็น เวลายาวนาน เมื่อภูเขาดังกล่าวถูกน้ำแข็งกัดเซาะนานเข้าจึงเกิดการสึกกร่อน ทำให้บางส่วนร่วงหล่นจมหายไปใต้น้ำ ส่วนที่เหลืออยู่ (ภูเขา) จึงมีลักษณะแหลมๆ หรือเป็นหน้าผาสูงชัน นอร์เวย์ เป็นประเทศที่มีคะแนนในเรื่องของการเคารพสิทธิมนุษยชน และเสรีภาพส่วนบุคลสูงมาก ทั้งยังยอมรับในศาสนาและวัฒนธรรมที่แตกต่าง มีอัตราการเกิดอาชญากรรมรุนแรงในระดับต่ำเช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ในกลุ่มสแกนดิเนเวียที่อยู่ใน 10 อันดับนี้ แม้ว่าที่ผ่านมานอร์เวย์จะมีส่วนร่วม ในการทำสงครามที่อัฟกานิสถาน แต่ก็ถือว่าเป็นประเทศที่มีโอกาสตกเป็นเป้าโจมตีจากผู้ก่อการร้ายน้อยมาก
2เดนมาร์ก
เดนมาร์ก เป็นอีกหนึ่งประเทศในกลุ่มนอร์ดิก มีแผ่นดินหลักตั้งอยู่บนคาบสมุทรจัตแลนด์ ทิศเหนือจรดประเทศเยอรมนีซึ่งเป็นเพื่อนบ้านทางบกเพียงประเทศเดียว ส่วนบริเวณชายฝั่งมีพรมแดนจรดทะเลเหนือและทะเลบอลติก โดยมีประเทศนอร์เวย์ อยู่ทางด้านทิศใต้ และประเทศสวีเดนอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ เดนมาร์ก เป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีความปลอดภัยและสงบสุขมากที่สุดในโลก ถึงแม้ว่า ประเทศนี้จะมีคะแนน "ดัชนีความสงบสุขโลก" โดยรวมเท่ากับประเทศนิวซีแลนด์ แต่กลับถูกประเมินว่ามีโอกาสตกเป็นเป้าโจมตีได้มากกว่า ทั้งนี้เนื่องจากที่ผ่านมาเคยมีหนังสือพิมพ์เดนมาร์กตีพิมพ์ภาพการ์ตูนโมฮัม หมัด (ซึ่งเป็นการ์ตูนล้อเลียนโลกมุสลิม) จนตกเป็นข่าวเกรียวกราว และ เดนมาร์กก็เคยมีส่วนร่วมรบในสงครามอิรักอีกด้วย แม้ว่าในช่วงปี ค.ศ. 2006-2007 จะเคยเกิดเหตุรุนแรงกลางกรุงโคเปนเฮเก้น แต่เดนมาร์กยังคงได้รับความเชื่อมั่นว่าเป็นประเทศที่มีความปลอดภัย เนื่องจากมีความเคารพในสิทธิมนุษยชนสูง มีความเสมอภาคระหว่างชาย-หญิง ทั้งยังมีสถิติการเกิดคดีฆาตกรรมและอาชญากรรมรุนแรงในระดับต่ำมาก
1ประเทศนิวซีแลนด์
นิวซีแลนด์ หรือ "ดินแดนแห่งเมฆยาวสีขาว" เป็นประเทศที่ประกอบด้วยเกาะใหญ่ 2 เกาะ และเกาะเล็ก ๆ อีกจำนวนหนึ่งในมหาสมุทรแปซิฟิก นิวซีแลนด์ ถือเป็นประเทศที่ตั้งโดดเดี่ยวห่างไกลจากประเทศเพื่อนบ้านมากที่สุด โดยประเทศที่อยู่ใกล้นิวซีแลนด์มากที่สุดคือ ออสเตรเลีย แต่ก็อยู่ห่างไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะใหญ่ราว 2,000 กิโลเมตร โดยมีทะเลแทสมันกั้นกลาง ดินแดนเดียวที่อยู่ทางตอนใต้ของนิวซีแลนด์ คือ ทวีปแอนตาร์กติกา ส่วนทางตอนเหนือ คือ นิวแคลิโดเนีย ฟิจิ และตองกา ประเทศนิวซีแลนด์ เป็นที่เลื่องลือในหมู่นักท่องเที่ยวเรื่องทัศนียภาพที่งดงาม ไม่ว่าจะเป็นภูเขา ภูเขาไฟ ฟยอร์ด ทะเล ธารน้ำแข็ง โคลนเดือด ฯลฯ รวมทั้งวัฒนธรรมที่โดดเด่นหลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัฒนธรรมของชาวเมารี ซึ่งเป็นชนเผ่าพื้นเมือง และกิจกรรมที่ขึ้นชื่อของประเทศนี้ก็คือ กีฬาประเภทเอ็กซ์ตรีมต่างๆ